"เราเร่งที่จะแก้ปัญหาในทุกด้าน เพื่อนำพาการฟื้นตัวเศรษฐกิจในประเทศให้เร็วที่สุด"

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

"เราพร้อมที่จะเป็นที่พึ่ง แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย ในทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เราจะทำให้ท่านได้"

นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมต.ว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

"เราทำงานแบบไม่มีวันหยุด เพื่อมุ่งหาทุกวิถีทางเยี่ยวยา แก่ท่านผู้ประกอบการ ที่ประสบอุทกภัย"

ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

"เรามุ่งมั่นจัดตั้งโครงการต่างๆไว้ในช่วยน้ำท่วม.com ที่จะพาธุรกิจท่านผ่านพ้นวิกฤตการณ์นี้"

นางอรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
ข่าวสารที่เกี่ยวกับอุทกภัยทั้งในและต่างประเทศ

ดาริน ชี้ ปิดประตูน้ำกบินทร์บุรี ทำน้ำท่วมเมืองปราจีนบุรีหนัก


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ thaifloods สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

          ดาริน คล่องอักขระ นักข่าวไทยพีบีเอส ร่วมงานเสวนาผ่าแผน กบอ. เผยเหตุน้ำท่วมปราจีนบุรีหนัก เพราะปิดประตูน้ำที่กบินทร์บุรีทำน้ำถูกบีบจนทะลักกลางน้ำ-ปลายน้ำ ขณะที่ชาวบ้านมองน้ำท่วมเกิดจากการบริหารจัดการไม่ดี วอนสื่อ-นักวิชาการ-กบอ. ให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับชาวบ้าน เพื่อการตัดสินใจในการเข้าประชาพิจารณ์เรื่องฟลัดเวย์

          ในงานเสวนาผ่าแผน กบอ. เวทีการบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศ ประชาสัมพันธ์หรือประชาพิจารณ์ ณ สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ซึ่งจัดโดย สมาคมนักข่าวหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2556 ที่ผ่านมา ได้มีนักวิชาการ และผู้เกี่ยวข้องหลายคนเข้าร่วมงานดังกล่าว

          ทั้งนี้ ตอนหนึ่งของงานเสวนา นางสาวดาริน คล่องอักขระ ผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ได้กล่าวถึงบทบาทของสื่อมวลชนต่อเรื่องนี้ว่า ตนเองทำงานกับประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติและน้ำท่วมมานาน เมื่อวันก่อนเพิ่งจะไปที่ปราจีนบุรี เพราะอยากรู้ว่าทำไมปราจีนบุรีจึงประสบปัญหาน้ำท่วมหนัก แต่จะเล่าให้ฟังในภายหลัง โดยจะขอพูดถึงแนวฟลัดเวย์ของรัฐบาลก่อน



โดย นางสาวดาริน ระบุว่า ก่อนหน้าที่จะไปดูน้ำท่วม ตนเองได้คุยกับประชาชนจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องการสร้างฟลัดเวย์ โดยพวกเขาสงสัยกันอยู่หลายเรื่อง ประการแรก รายชื่อผู้ที่จะเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น จำนวน 800 คน มาได้อย่างไร แล้วถ้าอยากเข้าไปร่วมรับฟังด้วยบ้างจะต้องทำอย่างไร เพราะเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน ประการที่สองคือ ชาวบ้านยังสงสัยว่าจะพูดคุยกันเรื่องอะไร จะแก้ปัญหาน้ำท่วมภาครวมหรือไม่อย่างไร จะชดเชยอย่างไร หรือจะมีการแจกแจงรายละเอียดหรือไม่ว่าใครได้รับผลกระทบจากโครงการ จะได้ไปพูดคุยแลกเปลี่ยนกันถูกต้อง

          "ประการที่สาม ถ้าชาวบ้านไปถึงตรงนั้นแล้วไม่เห็นด้วย เช่น ไม่อยากให้สร้างโมดูล A5 เพราะได้รับผลกระทบ ไม่ต้องการเงินชดเชยแม้แต่บาทเดียว จะสามารถยกเลิกได้ไหม สิ่งที่จะให้ชาวบ้านไปฟังนั้น พวกเขามีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วยหรือไม่ และที่สำคัญที่สุดก็คือ ถ้าหากการประชาพิจารณ์แบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนต้องการ ขอให้ทำเป็นประชามติทั่วประเทศได้หรือไม่ นี่คือสิ่งที่ประชาชนทั่วไปที่อยู่ในแนวน้ำท่วมบอกมา ทำไมชาวบ้านคิดเช่นนี้ ก็ต้องบอกว่าชาวบ้านมองว่าผลกระทบจากน้ำท่วมหลาย ๆ ที่ แม้แต่วันนี้ก็เกิดจากการบริหารจัดการ"



 ทั้งนี้ นางสาวดาริน ได้เล่าตัวอย่างจากการไปดูเหตุการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดปราจีนบุรี ให้ฟังว่า มีข่าวออกมาว่า น้ำท่วมกบินทร์บุรีหนักสุดในรอบ 24 ปี ตนกับ รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต จึงไปดูตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ โดยที่อำเภอเมืองปราจีนบุรีถือเป็นปลายน้ำ ส่วนกลางน้ำก็คืออำเภอศรีมหาโพธิ และต้นน้ำก็คือกบินทร์บุรี 

          "ผลปรากฏว่าเมื่อไปถึงชาวบ้านวิ่งมาหาขอให้อาจารย์เสรีช่วยหน่อย เพราะเขาปิดประตูน้ำทั้งหมด ตั้งแต่ฝนตกลงมา ปีนี้ฝนตกประมาณ 200 มม. ขณะที่ปีที่แล้วฝนตก 400 มม. แต่สถานการณ์ต่างกันมาก ตอนไปเดินดูตามทุ่งแทบไม่มีน้ำเลย นั่นเพราะเขาปิดประตูน้ำหมด เพื่อบีบน้ำให้อยู่ในแม่น้ำเท่านั้น น้ำก็เลยอั้นอยู่ที่กบินทร์บุรี ส่วนแม่น้ำในอำเภอเมืองก็ปริ่มจะแย่อยู่แล้ว พอบีบไปบีบมา สุดท้ายน้ำก็เลยแตกเข้าที่ศรีมหาโพธิ แล้วเข้าท่วมตัวเมือง ตอนนี้กำลังท่วมหนักที่สุด"

          ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส เล่าให้ฟังต่อว่า จากนั้นคุณปลอดประสพ สุรัสวดี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ก็บอกให้ลองเปิดประตูน้ำสัก 30 เซนติเมตร ตนเลยถามท่านว่าทำไมต้องลอง ท่านไม่ทราบหรือว่าเปิดประตูน้ำ 30 เซนติเมตร น้ำจะเข้าทุ่งที่ระดับเท่าไร จะท่วมที่ระดับเท่าไร กรมชลประทานไม่มีข้อมูลเลยหรือ ซึ่งตนเชื่อว่ามี แต่ทำไมถึงต้องลอง 

          "แล้ววันนี้ก็ลองใหม่ ลองเปิดประตูอื่นอีก 30 เซนติเมตร เพราะชาวบ้านทนไม่ไหว ก็เลยเกิดคำถามขึ้นว่า แล้วแบบนี้จะเหมือนกับแม่น้ำเจ้าพระยาหรือไม่ ที่ตอนนี้มีการต่อท่อแล้ว สร้างคันกั้นน้ำหมดเลย และพอถึงเวลาไม่เปิดประตูน้ำ สุดท้ายน้ำก็จะแตกไปตรงนั้นตรงนี้หรือเปล่า แล้วถ้าชาวบ้านถามที่เวทีรับฟังที่ปราจีนบุรี จะตอบเขาอย่างไร เลยถามว่าที่น้ำท่วมเพราะการบริหารจัดการ หรือเพราะธรรมชาติกันแน่ ทำไมเมื่อปีที่แล้วมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าปีนี้ถึง 1 เท่าตัว แต่ยังท่วมน้อยกว่านี้ นี่คือสิ่งที่ชาวบ้านกำลังตั้งคำถาม"

          ทั้งนี้ ในระหว่างการเสวนาได้มีผู้ร่วมงานถามนางสาวดารินด้วยว่า จากที่เห็นสถานการณ์น้ำท่วมในปี 2554 และในปีนี้ รวมทั้งเห็นการบริหารจัดการ ในมุมมองของเธอเองคิดว่าจะนำไปสู่อะไรหรือไม่ ซึ่งนางสาวดาริน ระบุว่า ตนเห็นแล้วว่าความขัดแย้งเกิดขึ้นแน่ ๆ 

          "อย่างที่ปราจีนบุรี ชาวบ้านที่อยู่ปลายน้ำอยากให้เปิดประตูต้นน้ำที่กบินทร์บุรี เพราะอยากให้น้ำเข้าทุ่งนา ไม่ใช่ไม่อยากได้น้ำ แต่ก็ไม่ได้เปิดในตอนแรก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กรมชลประทานให้ข้อมูลมาว่าหากเปิดประตูน้ำโดยพลการทั้งที่ไม่ได้รับคำสั่ง แล้วเกิดน้ำท่วมบ้านขึ้นมาอาจถูกฟ้องได้ เจ้าหน้าที่รับผิดชอบไม่ไหว ต้องรอให้ผู้ว่าฯ หรือ กบอ. สั่ง ถ้าเช่นนั้นก็แสดงว่าโครงการต่าง ๆ ก็ต้องรอ กบอ. สั่งอย่างเดียวใช่หรือไม่ แล้วถ้าสร้างแล้วหากเกิดเหตุขึ้นมาอย่างนี้ใครจะรับผิดชอบ นี่คือคำถามที่ชาวบ้านอยากจะรู้มากที่สุด"

         นอกจากนี้ยังมีเรื่องป่าแม่วงก์ที่ประชาชนถามเข้ามาว่า ตกลงป่าเป็นของใคร เป็นของคนทั้งประเทศ หรือของคนลาดยาวเท่านั้น การจะรับฟังความคิดเห็นว่าจะสร้างเขื่อนแม่วงก์หรือไม่สร้าง การจะต้องตัดป่าทิ้งนั้นต้องถามใครบ้าง ถามแค่คนนครสวรรค์พอหรือไม่ 

          "สรุปแล้วในฐานะสื่อ ไทยพีบีเอสคุยกันแล้วว่า สิ่งที่ประชาชนเรียกร้อง หนึ่งคือข้อมูล สองคือวิธีการที่จะทำการรับฟังความคิดเห็นที่ถูกต้อง ที่ได้รับการยอมรับคืออะไร เราจึงอยากได้ความร่วมมือจากท่านทั้งหลายว่า ก่อนที่รัฐบาลจะทำเรื่องประชาพิจารณ์ควรให้ความรู้ชาวบ้านก่อน เพราะชาวบ้านหลายส่วนยังไม่รู้ จึงยังตัดสินใจไม่ได้ ก็หวังใจว่าเพื่อน ๆ สื่อจะช่วยกันในเรื่องนี้"

          นางสาวดาริน เชื่อว่า ถ้าหากชาวบ้านได้ข้อมูล เขาจะรู้ดีกว่าเพราะอยู่ในพื้นที่ อย่างที่ปราจีนบุรี ชาวบ้านบอกเลยว่าเปิดประตูน้ำ 50 เซนติเมตร ทุ่งนาก็ยังเอาอยู่ เพราะตอนนี้แห้งมาก หากไปดูตอนนี้จะเห็นเลยว่าฝั่งที่น้ำท่วมมีคันกั้นน้ำสูง 4-5 เมตร น้ำท่วมถึงหลังคา แต่อีกฝั่งแห้งมาก รอน้ำอยู่ก็ไม่ไป เพราะปิดประตูน้ำไว้ ดังนั้น การบริหารจัดการต้องเป็นคำตอบให้ประชาชนได้

          ในตอนท้าย นางสาวดาริน ตอบคำถามที่มีคนถามว่าขณะนี้ข้อมูลเรื่องโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทยังมีความสับสนอยู่มาก ดังนั้นหากสื่อจะไปถามข้อมูล ควรจะไปขอจากใคร ใครคือคนที่รู้ที่สุด ซึ่งนางสาวดาริน ตอบว่า ส่วนหนึ่งก็หวังว่า กบอ. จะให้ข้อมูลกับเรา อีกส่วนหนึ่งก็คือนักวิชาการในประเทศนี้ ควรจะเป็นหลักให้แผ่นดิน ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชน เพราะถ้าประชาชนไม่มีข้อมูล มิเช่นนั้นต่อไปคนไทยคงต้องอาศัยการลองผิดลองถูก และไม่รู้ว่าจะต้องลองไปอีกนานแค่ไหน

 

แหล่งที่มา... http://thaiflood.kapook.com




กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์โดย
สำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ