"เราเร่งที่จะแก้ปัญหาในทุกด้าน เพื่อนำพาการฟื้นตัวเศรษฐกิจในประเทศให้เร็วที่สุด"

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

"เราพร้อมที่จะเป็นที่พึ่ง แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย ในทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เราจะทำให้ท่านได้"

นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมต.ว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

"เราทำงานแบบไม่มีวันหยุด เพื่อมุ่งหาทุกวิถีทางเยี่ยวยา แก่ท่านผู้ประกอบการ ที่ประสบอุทกภัย"

ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

"เรามุ่งมั่นจัดตั้งโครงการต่างๆไว้ในช่วยน้ำท่วม.com ที่จะพาธุรกิจท่านผ่านพ้นวิกฤตการณ์นี้"

นางอรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
องค์ความรู้สำหรับผู้ประกอบการที่ประสบอุทกภัย

นายกฯโชว์แผนบริหารน้ำ ยึดแนวทางพระราชดำริ

06/09/2555 view 1,240

วันนี้ (1 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชนได้นำเทปบันทึกภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดนิทรรศการ "มุ่งมั่นทำงาน บริหารจัดการน้ำเพื่อประชาชน" เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่ศูนย์การประชุมบางกอกคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ส.ค.-3 ก.ย.นี้ โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวในรายการตอนหนึ่งว่า ข้อมูลที่นำมาให้กับสาธารณชนนี้ จะทำให้ทุกคนได้รับทราบในข้อเท็จจริง และเข้าใจถึงความมุ่งมั่นในการทำงานของรัฐบาล ในการวางแผนระบบการบริหารจัดการน้ำ การแก้ไขปัญหาอุทกภัย ด้วยสภาวะที่เปลี่ยนแปลงไปรวมถึงปัญหาอุทกภัยในปี 54 จะนำประสบการณ์ต่างๆเหล่านี้เข้ามาแก้ไข และนำสิ่งที่เตรียมมาทั้งหมดในการรับมือเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นในปีนี้

 

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวด้วยว่า จะนำข้อมูลต่างๆเหล่านี้รวมถึงข้อติชมของพี่น้องประชาชนร่วมกันในการทำงานและเทคโนโลยีต่างๆที่เราจะพยายามมุ่งมั่นหาระบบบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสม และน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และเข้าใจถึงธรรมชาติของน้ำในเรื่องของการระบายน้ำ การบริหารจัดการน้ำให้เกิดเอกภาพ โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 4 ส่วนหรือที่เรียกว่า 2P2R คือ 1. การป้องกัน หรือ Protection ที่แบ่งการป้องกันตามพื้นที่ของต้นน้ำกลางน้ำ ปลายน้ำ โดยการป้องกันของพื้นที่ต้นน้ำจะเน้นชะลอการไหลของน้ำโดยการปลูกป่าสร้างฝายชะลอน้ำ และปลูกหญ้าแฝก ขณะที่พื้นที่กลางน้ำต้องบริหารปริมาณน้ำในเขื่อนให้เหมาะสมและคำนึงถึงภัยแล้งด้วย ซึ่งขณะนี้ได้รักษาระดับน้ำในเขื่อนไว้ที่เฉลี่ยประมาณร้อยละ 50เพื่อจัดเตรียมการรองรับน้ำไว้ในเขื่อน รวมถึงจัดเตรียมพื้นที่รับน้ำนอง 2.1 ล้านไร่ และปรับปรุงซ่อมแซมประตูระบายน้ำตามเขื่อนต่างๆ ที่สำคัญ ส่วนพื้นที่ปลายน้ำเน้นการขุดลอกคูคลองเพื่อให้น้ำไหลลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุดทั้งทางฝั่งตะวันออกตะวันตก นอกจากนี้จะมีการเสริมถนนเพิ่มแนวคันกั้นน้ำจาก 1 ชั้นในปีที่แล้วเป็น 3ชั้น เพื่อปกป้องพื้นที่ต่าง ๆโดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจของไทยรวมถึงนิคมอุตสาหกรรม และเพิ่มระบบการติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เกิดเหตุน้ำนองในปีที่ผ่านมาด้วย

 

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า 2. การเตรียมพร้อม หรือ Preparation ที่ได้มีการบูรณาการสร้างระบบคลังข้อมูลแห่งชาติใหม่ โดยบูรณาการข้อมูลจาก 17 หน่วยงานให้เข้ามาอยู่ ณ ศูนย์เดียวกัน มีการประเมินและวิเคราะห์ทั้งหมดเป็นระบบสั่งการเดียวหรือ Single Command เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ การทำแบบจำลองการสั่งการ การจัดการ และการเตือนภัยทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤตที่มีขั้นตอนต่างๆต่อเนื่องในแต่ละลำดับ รวมถึงมีผู้รับผิดชอบชัดเจนลงไปยังทุกพื้นที่ชุมชน 3. การรับมือ หรือ Response ที่ได้มีการเตรียมพร้อมรับมือการเกิดอุทกภัยในทุกระดับของความรุนแรง ว่าจะต้องมีการยกระดับการเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ผู้บริหารที่จะต้องเข้ามาดูแลรับผิดชอบ และในการบูรณาการอุปกรณ์ เครื่องมือต่าง ๆ ในปีที่ผ่านมา เพื่อความพร้อมในการเผชิญเหตุและแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที 4. คือการฟื้นฟู หรือ Recovery ที่รัฐบาลมีการกำหนดหลักเกณฑ์และสิทธิการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทุกกรณี ทั้งทางด้านของตัวผู้ประสบภัย ด้านสังคมสงเคราะห์ ด้านแพทย์ และการสาธารณสุข รวมถึงประชาชนที่อยู่ในพื้นที่รับน้ำนอง หรือเส้นทางที่น้ำผ่าน เป็นต้น

 

นายกฯยังกล่าวอีกด้วยว่า กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาระยะยาวว่า รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ ในวงเงินกู้ 350,000 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญร่วมทำงานในรูปแบบของคณะกรรมการ เพื่อกำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำของประเทศขึ้นเรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเชิญชวนผู้ที่สนใจยื่นคุณสมบัติ เพื่อร่วมกันจัดทำแนวคิด Conceptual Plan ให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ ต่อจากนั้นจะมีการคัดเลือกเพื่อจัดทำขั้นตอนของรายละเอียด แล้วเข้าสู่กระบวนการที่มีความเป็นธรรมโปร่งใส และที่สำคัญเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นสำคัญ

 

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า นิทรรศการนี้จะได้บรรยายความมุ่งมั่นของรัฐบาลและทุกหน่วยงานที่เกิดขึ้นร่วมกันกับพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันทำงานมาอย่างเข้มข้นทุกคนตั้งใจทำงานอย่างดีที่สุด แต่ในวันนี้สิ่งที่เราต้องการก็คือเอกภาพความเชื่อมั่นเพื่อที่จะยืนยันว่ารัฐบาลและทุกคนร่วมกันมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาดูแลรับใช้พี่น้องประชาชน

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงที่ 2 ของรายการมีการเชิญ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาพูดในรายการว่าการแก้ไขปัญหาน้ำเราดำเนินการมาเป็นเวลา 7- 8 เดือน และรัฐบาลจึงได้ตัดสินใจว่าเราควรจะมีการชี้แจงให้สังคมรับทราบเรื่องราวตั้งแต่ต้น คือการเกิดปัญหาน้ำท่วม และวิธีการที่รัฐบาลกำลังแก้ไขในอนาคต จึงได้จัดทำนิทรรศการนี้ขึ้นมาโดยเชิญประชาชน นักลุงทุน ทูต เพื่อมารับทราบแนวทางการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลจะได้มีความมั่นใจในการลงทุน

 

นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวต่อว่า จะเห็นว่าในตอนนี้รัฐบาลได้มีการติดตั้งกล้องซีซีทีวีทุกเขื่อนและลำน้ำ ดังนั้นต่อไปนี้เวลาเกิดปัญหาส่วนกลางไม่จำเป็นต้องลงไปในพื้นที่ รัฐบาลก็สามารถดูข้อมูลและสั่งการได้เลย รวมถึงระบบการเตือนภัยเราก็เตรียมพร้อมไว้หมด และต่อไปนี้หน่วยงาน 17 หน่วยที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วมก็จะรวมศูนย์การทำงาน คือสมัยก่อนแต่ละหน่วยก็รายงานกันขึ้นมาตรงกันบ้างไม่ตรงกันบ้าง แต่ต่อไปนี้ทุกหน่วยก็จะส่งข้อมูลมายังส่วนกลางที่เราเรียกว่าคลังข้อมูลแห่งชาติเพื่อกลั่นกรองข้อมูลให้ออกมาในทางเดียวกัน เพื่อจะได้นำข้อมูลมาใช้พยากรณ์ เพื่อเตรียมวางแผนงาน และต่อไปประชาชนสามารถจะเข้ามาดูข้อมูลเรื่องน้ำได้ที่เวปไซด์ และประชาชนที่สมารท์โฟนสามารถโหลดแอฟพลิเคชั่นได้คือแอฟ water4thai ซึ่งจะสามารถดูข้อมูลน้ำได้ทั้งหมดและดูการแจ้งเตือนระวังภัยได้ด้วย ส่วนประชาชนที่ไม่มีอินเตอร์เน็ตหรือสมารท์โฟน ก็จะมีศูนย์เตือนภัยที่จะสามารถสื่อสารกับประชาชนผ่านสื่ออื่นๆได้เช่น เอสเอ็มเอส โทรทัศน์ วิทยุ จนกระทั่งหอกระจายข่าวในหมู่บ้าน และในการสั่งการเราจะทำเป็นระบบโดยจะมีใน 4 ระดับ คือ 1 ระดับท้องถิ่น ก็จะมีนายอำเภอ หรือกำนันผู้ใหญ่บ้านประสานงานกัน 2 ระดับจังหวัดก็จะมีผ้ว่าราชการจังหวัดดูแล 3 หากมีมากกว่า 1 จังหวัด แต่ยังไม่ทั่วประเทศจะมีรมว.มหาดไทยดูแล และ 4 ระดับประเทศจะมีนายกรัฐมนตรีดูแล อย่างไรก็ตามสถานการณ์น้ำปีนี้ไม่น่าห่วงเพราะฝนมาน้อยกว่าปีที่แล้วมาก.

 

 

 

 

ืที่มา..เดลินิวส์


ข้อมูลองค์ความรู้โดย
อ.ภควัต รักศรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ


กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์โดย
สำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ